กลุ่มผะหมี้อ่าข่าถือว่าเป็นอีกหนึ่งกลุ่มอ่าข่าที่ได้ถูกจำแนกประเภทจากด้านภูมิศาสตร์จากที่อยู่อาศัย ในเมืองไทยมีชื่อเรียกอ่าข่ากลุ่มนี้หลายชื่อ เช่น หละบื่ออ่าข่า หรืออ่าข่าจีน แต่ในประเทศจีนและประเทศพม่า อ่าข่ากลุ่มนี้เรียกตนเองว่า อู่เบี่ยะอ่าข่า แปลเป็นไทยว่ากลุ่มอ่าข่าที่ใส่หมวกแบนเพราะลักษณะการใส่หมวกแบนออกสองข้างหัว ในประเทศจีนเรียกกลุ่มอ่าข่านี้ว่า หม่อโป๊ะกู่ แปลว่าอ่าข่ากลุ่มที่มีตระกูลหม่อโป๊ะ บรรดากลุ่มอ่าข่าด้วยกันยอมรับอ่าข่ากลุ่มนี้ว่าเป็นกลุ่มที่มีความเชี่ยวชาญในด้านการค้าขาย หากจะกล่าวว่าเป็นกลุ่มอ่าข่าที่เป็นพ่อค้าคงไม่ผิด จากลักษณะนิสัยชอบค้าขาย ทำงานขยันขันแข็ง หนักเบาเอาสู้ ในเมืองไทยอ่าข่ากลุ่มนี้นิยมส่งลูกหลานเรียนภาษาจีนและส่งไปทำงานในประเทศไต้หวัน
ผะหมี้อ่าข่าที่อาศัยอยู่ในเมืองไทยเป็นชุมชนใหม่ มีเพียงจังหวัดเชียงรายและบางส่วนอพยพกระจายไปอยู่ที่จังหวัดตาก ที่เชียงรายประกอบไปด้วยชุมชนบ้านผาหมี บ้านผาฮี้ บ้านกิ่วสะไตเหนือและใต้ บ้านหล่อชา และบ้านแม่จันใต้ ส่วนที่จังหวัดตากอยู่ที่บ้านร่มเกล้าสหมิตร
 |
การเรียกชื่อกลุ่มผะหมี้อ่าข่า ความเป็นมาเกี่ยวกับการเรียกชื่อของกลุ่มผะหมี้อ่าข่าน่าสนใจเพราะการเรียกชื่อกลุ่มผะหมี้อ่าข่ามีหลายชื่อ มีตำราหรือหนังสือบางเล่มได้เขียนไว้ว่า ชื่อกลุ่มผะหมี้อ่าข่าเกิดจากการเรียกชื่อดอยภูเขาหิน มีหน้าผากว้างเป็นที่อยู่อาศัยของหมี ในเขตอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย แต่ความเป็นจริงการเรียกชื่อผะหมี้อ่าข่าไม่ได้เกิดขึ้นในเมืองไทย จากการบอกเล่าของคนเฒ่าคนแก่ของกลุ่มคนผะหมี้เอง ชื่อกลุ่มผะหมี้อ่าข่านั้นเกิดจากชนเผ่าอ่าข่ากลุ่มนี้ที่อพยพจากประเทศจีนเข้ามาประเทศพม่าแล้วเคยอาศัยอยู่ในบริเวณที่เป็นถ้ำหมี เมื่อไปอาศัยอยู่ในบริเวณนั้นจึงถูกขนานนามว่าอ่าข่าถ้ำหมี แต่ถูกเรียกเพี้ยนไปเป็นผะหมี้
อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาด้วยการสอบถามผู้เฒ่าผู้แก่ เช่น อะบ๊ออาโซ หม่อโป๊ะกู่ จากบ้นผาหมี อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นผู้ที่มีอายุมากที่สุดและเป็นแกนนำคนหนึ่งในการพากลุ่มผะหมี้อ่าข่าเข้ามาในประเทศไทย ได้ยืนยันถึงความเป็นมาของการจำแนกกลุ่มผะหมี้อ่าข่าว่า มาจาก ถ้ำหมี ซึ่งในบริเวณหน้าผามีถ้ำและหมีอาศัยอยู่ในบริเวณนี้จำนวนมาก การเรียกชื่อกลุ่มผาหมีอ่าข่าเกิดขึ้นตอนอยู่ในประเทศพม่า ต่อมาจากถ้ำหมีอ่าข่าถูกเรียกเพี้ยนไปเป็นผะหมี้อ่าข่าจนถึงปัจจุบัน |
|